อ่านละครกลรักลวงใจ วันที่ 13 กันยายน 2554

อ่านละครกลรักลวงใจ วันที่ 13 กันยายน 2554

อ้อมชวนเพชรชอปปิง เข้าร้านนั้นออกร้านนี้ ล้วนแต่เป็นร้านแบรนด์เนมทั้งนั้น จนรินเซ็ง ได้แต่ยืนรอหน้าร้าน อ้อมชี้ชวนเพชรให้ดูโน่นดูนี่ เพชรหันไปมองริน เห็นเบ้ปาก เพชรยิ้ม ๆ อ้อมชวนเพชรเข้าร้านแบรนด์เนมอีกร้าน รินขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เพชรบอกให้อ้อมเข้าไปก่อน เพราะเขาก็ปวดเหมือนกัน อ้อมเดินเข้าร้านไป เพชรรีบวิ่งตามรินลดาไปทันที

“เดี๋ยวครับคุณริน พอดีผมจะไปห้องน้ำเหมือนกัน”

“แล้วพี่อ้อมล่ะ”

“ดูของอยู่ในร้านครับ ไปเถอะครับ” เพชรคว้ามือริน รินสะบัดออก “ไม่ต้องจับมือชั้นหรอก ชั้นไปเองได้” รินมองค้อนเดินนำออกไป เพชรยิ้มเดินตาม

อ้อมดูของเสร็จก็เดินออกมาจากร้าน พยายามมองหาเพชร แต่ดันเจอกับฉัตรชัยที่ปรี่เข้ามาทัก แต่อ้อมไม่อยากทักด้วย

“ผมฉัตรชัยไงครับ จำผมได้รึเปล่า”

“อ๋อ จำได้สิคะ”

“นึกว่าคุณอ้อมจะบอกว่าจำผมไม่ได้ซะอีก นี่มากับแฟนหรือครับ” ฉัตรชัยพูดยิ้ม ๆ

“ค่ะ แล้วคุณฉัตรชัยล่ะคะ อย่าบอกนะคะว่าบินมาตามหาอ้อมที่นี่”

“ถ้าผมบอกว่ามาตามหาคุณล่ะครับ” ฉัตรชัยทำหน้ากรุ้มกริ่ม

“อ้อมไม่เชื่อหรอกค่ะ อย่ามาทำปากหวานเลย มาเที่ยวกับแฟนหรือคะ”

“มาตามหาแฟนมากกว่าครับ”

อ้อมเลิกคิ้ว ถามว่าเจอหรือยัง ฉัตรชัยบอกยังและไม่มีที่อยู่ด้วย และว่าแฟนเขาชื่อ รวิน วรกานต์ อ้อมคิดก่อนจะบอกไม่เคยได้ยินชื่อนี้เลย ฉัตรชัยบอกไม่เป็นไรและดีใจที่เจออ้อม และเดินจากไป

อ้อมมองตามยิ้ม ๆ “จะว่าไป ถ้าไม่เจอคุณเพชร ชั้นอาจจะไปกับคุณก็ได้นะคุณฉัตรชัย” อ้อมยืนรอเพชรและรินลดาที่ไปนานผิดสังเกตจนเริ่มหงุดหงิด “ไปไหนกันนะ”

เพชรและรินมาเข้าห้องน้ำที่ร้านกาแฟ ทำธุระเสร็จเพชรก็มายืนรอริน รินพยายามถ่วงเวลาแต่พอเดินออกมาก็ยังเห็นเพชรยืนรออยู่

“ชั้นนึกว่าคุณไปแล้วนะ ทำไมต้องมารอชั้นด้วย”

“ผมจะปล่อยให้คุณเดินกลับไปคนเดียวได้ยังไง เกิดมีใครลวนลามคุณขึ้นมา” เพชรทำหน้ากวน ๆ

“ชั้นว่าคนที่น่ากลัวน่ะคุณมากกว่า” รินตอกใส่หน้า

“อ้าว ทำไมมองผมอย่างงั้นล่ะครับ”

“ชั้นไม่ได้โง่นะ ถึงไม่รู้ทันคุณ” รินขยับเดินไป เพชรเอามือกุมหัวใจทรุดลงร้อง “โอ๊ย เดี๋ยวคุณริน คุณริน…โอ๊ย เจ็บ”

“นี่คุณเป็นอะไร” รินตกใจ เพชรเซทำท่าเหมือนจะล้ม รินถลาเข้าไปประคอง “คุณเป็นอะไรคุณเพชร” รินจับแขนเพชร เพชรดึงพยุงไว้ “ผมเป็นโรคหัวใจ ช่วยหยิบยาให้หน่อย ในกระเป๋าเสื้อ” รินล้วงในกระเป๋าเสื้อเพชรแต่ไม่มี เพชรทำท่าตกใจ “หา ไม่มีหรือ คุณช่วยพาผมไปโรงแรมด่วนเลย ถ้าผมไม่ได้ยา ผมอาจจะตายได้”

“แล้วพี่อ้อมล่ะ” รินทำท่าลังเล เพชรดราม่าแนบเนียนราวกับกำลังชิงตุ๊กตาทอง “ปล่อยไปเถอะครับ ชีวิตผมสำคัญกว่า เร็วสิครับ ช่วยผมด้วย”

“เดินไหวมั้ย”

“ช่วยพยุงผมด้วย มาครับ” เพชรคว้าตัวรินให้พยุง รินไม่ได้คิดอะไรเมื่อเพชรคว้าตัวเข้าไปกอดแน่น “โรงแรมคุณอยู่ทางไหนคะ” “ทางนี้ครับ” เพชรชี้ทาง รินพยุงเพชรไปตามทางที่เพชรบอก เพชรเดินกอดรินและทำเซอาการหนัก จนรินอดเป็นห่วงไม่ได้ “คุณเป็นไงบ้าง”

“ผมเจ็บหัวใจ”

รินมองสงสัย “นี่คุณไม่ได้แกล้งหลอกชั้นใช่มั้ย”

“ผมจะแกล้งทำไม เร็วเถอะครับ รีบไปก่อนที่ผมจะตาย” เพชรรีบบอก ทำเนียนต่อไป รินถอนใจพยุงเพชรออกไป

รินลดาพยุงเพชรไปส่งที่โรงแรม แล้วจัดแจงหายาให้กิน เพชรแกล้งสลบ รินลดาตกใจรีบปั๊มหัวใจแต่เพชรก็ไม่ฟื้น รินลดาตัดสินใจผายปอด เพชรฉวยโอกาสกอดและจูบรินลดา รินลดาสะดุ้ง

“ผมแค่จะขอบคุณ คุณคือผู้หญิงที่ช่วยชีวิตผมไว้ ถ้าไม่ได้คุณ”

“เอาล่ะ ชั้นว่าหยุดพูดได้แล้ว คุณไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ชั้นจะไปหาพี่อ้อมก่อน”

“ในที่สุดก็ได้จูบเธอ ปากหอมซะด้วย”

ตกกลางคืนในห้องนอนรัญ รัญล้มตัวนอนกอดบัว

“ตกลงบัวอยู่ต่อกับพี่นะ”

“ถ้าพี่รัญอยากให้อยู่บัวก็จะอยู่ค่ะ”

“พรุ่งนี้พี่จะเขียนเช็คให้”

“ค่าอะไรหรือคะ”

“ก็ …ค่าเสียเวลาที่บัวอยู่กับพี่ต่อไง”

“บัวบอกแล้วไงคะว่าไม่ต้อง บัวอยู่ก็เพราะว่าบัวรักพี่รัญ”

“แต่พี่อยากให้บัวเก็บไว้ อย่างน้อยวันที่บัวไปจากพี่ บัวจะได้มีเงินเหลือเก็บบ้าง”

“พี่รัญไม่ได้อยากให้บัวอยู่กับพี่รัญตลอดไปหรือคะ”

“อยากสิ แต่บัวก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้”

“แต่บัวจะบอกว่าบัวไม่ได้เป็นผู้หญิงหากินนะคะ”

รัญถอนใจคิดว่าบัวหาเรื่องโกหก “บัว คนเราลบล้างอดีตไม่ได้หรอกนะ ถ้าวันนึงเจ้านายพี่หรือเพื่อนร่วมงานพี่เกิดรู้ขึ้นมาว่าบัวเป็นใคร อนาคตทั้งหมดของพี่ก็จะหยุดลงทันที”

“แต่ว่าบัว …”

“พี่รู้ว่าบัวรักพี่ พี่ก็อยากจะรักบัวนะ แต่อย่างที่พี่บอกหน้าที่การงานของพี่มันสำคัญสำหรับพี่มาก ถ้าบัวรักพี่อย่าทำให้พี่ต้องอึดอัดใจมากกว่านี้เลยนะ”

บัวอึ้งนอนอย่างหนักใจ

เช้าวันใหม่ รินลดาบอกรัญว่าจะขอทุนเรียนต่อปริญญาโท รัญแปลกใจเพราะรมณีย์รับปากจะส่งรินลดาเรียนให้ถึงปริญญาเอก ด้านอ้อมลองใจรัญว่าจะออกไปเที่ยวกับเพชรอีก แต่กลับผิดคาดเพราะรัญยินดีพร้อมสนับสนุน อ้อมไม่พอใจพลางพึมพำ “ดี ถ้าพูดแบบนี้เราจะได้ตัดสินใจง่ายหน่อย”

เวลาพักกลางวัน รัญออกมาทานมื้อเที่ยงกับบัว ระหว่างกินของว่าง ฉัตรชัยโทรศัพท์หารัญเพื่อขอเบอร์เพชร บังเอิญทั้งสองอยู่ในละแวกเดียวกัน รัญจึงเดินไปพบฉัตรชัย บัวสะดุ้งรีบหาทางเลี่ยง อ้างขอไปชอปปิงโซนรอบนอก แล้วลุกออกไปโดยเร็ว แต่โชคไม่เข้าข้าง บัวเจอฉัตรชัยเข้าอย่างจัง บัวบอกให้ฉัตรชัยเลิกยุ่งกับเธอ เพราะเธอมีแฟนแล้ว แต่ฉัตรชัยไม่ยอม กระทั่งรัญเดินเข้ามา

“มีเรื่องอะไรกันหรือครับ”

“ไม่มีอะไรค่ะ พอดีคุณคนนี้เค้าเข้าใจอะไรผิดน่ะค่ะ ไปเถอะค่ะพี่รัญ”

“เดี๋ยว คุณบัว ผมว่าเราต้องคุยกันให้รู้เรื่องนะ”

“นี่คุณรู้จักกับเค้าด้วยนี่”

“ใช่ ผมรู้จักเธอ เธอเป็น…”

“เค้าเป็นลูกค้าของบัวค่ะ เค้าพยายามตามตื๊อบัว ไปเถอะค่ะ”

“ไม่นะคุณบัว ผมไม่ยอมให้คุณไปไหนทั้งนั้น”

“ปล่อยมือแฟนผมนะคุณฉัตรชัย”

ฉัตรชัยไม่ปล่อย รัญต่อยโครมเข้าที่หน้า ฉัตรชัยผงะไป

“ผมจะบอกให้คุณรู้นะบัวระวงเป็นแฟนผม ถ้าคุณขืนมายุ่งกับเธออีก ผมจะเตะคุณด้วย”

เหตุการณ์วันนี้ทำให้รัญไม่พอใจบัวเป็นอย่างมาก

“ทำไมต้องโกหกผม”

“โกหกอะไรคะ”

“ก็โกหกว่าคุณไม่เคยรู้จักเค้า”

“ก็ บัว บัวไม่รู้จะบอกยังไงนี่คะ บัวกลัวพี่รัญจะเข้าใจผิด บัวแค่เคยรู้จักเค้าตอนอยู่เมืองไทย เค้าพยายามตามตื๊อบัว”

“แล้วคุณมีอะไรกับเค้ารึเปล่า”

“ไม่มีค่ะ ก็บัวบอกแล้วไงคะว่าบัวเพิ่งรับงานพี่รัญเป็นครั้งแรก พี่รัญไม่เชื่อบัวหรือคะ ถ้าพี่รัญไม่เชื่อบัวกลับเมืองไทยก็ได้”

อ่านละครตะวันเดือด

Aside

อ่านละครตะวันเดือด

สมใจกับภูตะวันแอบดักอยู่ในป่า พอเห็นพวกทหารก็พากันโผล่ออกมายิงกระหน่ำ พวกทหารล้มตายเป็นใบไม้ร่วง ส่วนพวกที่เหลือก็แตกกระเจิงหนีไป ธนาถูกจับตัวไว้ได้ ภูตะวันไม่ฆ่าธนาแต่ให้กลับไปบอกเรืองฤทธิ์ว่าพวกตนไม่ได้ฆ่าณรงค์ ให้เรืองฤทธิ์รีบถอนกำลังออกไปจากภูพระกาฬ และถ้าครอบครัวศักดากับพวกชาวบ้านปลอดภัยพวกตนก็พร้อมจะสงบศึก

พวกศักดาคิดหาทางหนีออกไปจากไร่ฟ้ารุ่ง โดยศักดาแกล้งทำเป็นป่วย เรียกให้ทหารที่เฝ้ายามอยู่เข้ามาดู พอทหารหลงกล ยศกับเพชรรุ้งที่ซ่อนตัวอยู่หลังประตูก็โผล่ออกมาจัดการกับทหารยาม ศักดากับพลอยขวัญโดดเข้าร่วมวงช่วยยศกับเพชรรุ้ง แต่แล้วพลอยขวัญกลับพลาดท่าเกือบโดนยิง โชคดีศักดาเอาตัวเข้าไปขวางรับกระสุนแทน ศักดากับพลอยขวัญสามารถปรับความเข้าใจกันได้ แต่ยศกลับถูกทหารยิงตาย พวกศักดาหมดกำลังใจจะหนีต่อ เดชาเสียใจมากเมื่อรู้ข่าวการตายของยศ เรียวแอบปลอมตัวปะปนมากับพวกคนงานไร่ฟ้ารุ่ง พอถึงที่ซ่อนของพวกภูตะวันในภูพยัคฆ์ เรียวก็ค่อยแสดงตัวออกมา พวกคนงานถูกฆ่าตายเป็นจำนวนมาก สาลี่ เฮียเส็ง ครกหนีรอดไปได้ แต่รานีหนีไม่ทัน ถูกเรียวกรีดหน้า ตาบอดทั้งสองข้าง พวกภูตะวันกลับมาเจอรู้สึกแค้นใจเป็นอย่างมาก

บุหลันที่ถูกเดชาจับขังไว้ในห้องนอน แอบหาทางหนีรอดออกไปได้ แต่เดชารู้ตัวแล้วตามไปจนทัน บุหลันขโมยปืนติดตัวมาด้วย หญิงสาวแอบลอบยิงเดชา แต่กลับพลาด เดชาโมโหพลั้งมือฆ่าบุหลันตาย ก่อนหนีกลับไปไร่ฟ้ารุ่ง ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เรืองฤทธิ์วางแผนจับศักดา เพชรรุ้ง พลอยขวัญไปขังไว้ที่โรงแรมสันติภาพ พร้อมกับประกาศให้พวกชาวเมืองไปส่งข่าวให้พวกภูตะวันรู้ว่าถ้าก่อนพระ อาทิตย์ตกดินวันพรุ่งนี้ไม่ออกมาปรากฏตัว พวกศักดาก็จะถูกประหารโทษฐานที่มีส่วนรู้เห็นกับคดีที่เกิดขึ้น

แม้รู้ดีว่าเป็นกับดัก แต่ภูตะวันก็ตั้งใจจะบุกไปช่วยพวกศักดา จรัญไม่เห็นด้วย คิดจะขอแยกทาง ภูตะวันตัดสินใจท้าดวลกับจรัญทันที จรัญพลาดท่าสู้ภูตะวันไม่ได้ ภูตะวันไม่ฆ่าแค่ยิงเฉียดหัวให้จรัญรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของคนใกล้ตายเท่า นั้น ทำเอาจรัญรู้สึกสับสนใจเป็นอย่างมาก

ทหารลาดตระเวนพบศพบุหลันนอนตายอยู่ในป่าโปร่งจึงรีบกลับไปรายงานให้ธนากับ เรืองฤทธิ์ทราบ เรืองฤทธิ์นึกสงสัยกับพฤติกรรมของเดชา ธนาปะติดปะต่อเรื่องทั้งหมดแล้ว คิดว่าเดชาอาจเป็นคนฆ่าณรงค์แต่ไม่มีหลักฐานเอาผิดได้ เรืองฤทธิ์คิดวางแผนส่งเดชาให้ไปตายด้วยเงื้อมมือของพวกภูตะวัน แต่เดชาเหมือนจะรู้ทัน แอบไปตามตัว ศร กรณ์ ไกร กลับมาทำงานด้วยกันเหมือนเดิม

คืนนั้น ภูตะวัน สิงห์ สมใจ แอบหลบไปหาเฮียโชติที่ร้าน เฮียโชติ ลุงฝิ่นและแก้วขออยู่ช่วยพวกภูตะวันไม่ยอมหนีไปไหน ภูตะวันตัดสินใจให้ลุงฝิ่นแอบเอากังหันลมไปให้เพชรรุ้งที่โรงแรมสันติภาพ พร้อมกับบอกให้ศักดา เพชรรุ้ง พลอยขวัญ เตรียมตัวให้พร้อม เที่ยงวันพรุ่งนี้จะบุกมาช่วย ขากลับลุงฝิ่นเห็นพวกทหารยามไม่สนใจจึงแอบหลบซ่อนตัวอยู่ในโรงแรมต่อไป

ภูตะวันกับสิงห์สองคนบุกเข้าไปช่วยพวกศักดาที่โรงแรมสันติภาพ เดชากับพวกทหารย่ามใจ เตรียมเล็งปืนยิงใส่สองหนุ่ม แต่แล้วจู่ ๆ กลับมีระเบิดร่วงลงกลางวงทหาร ภูตะวันกับสิงห์อาศัยช่วงชุลมุนกราดยิงซ้ำเข้าไป ไม่เปิดโอกาสให้พวกทหารตั้งหลัก

ศรสังเกตเห็นสมใจซุ่มยิงอยู่บนหลังคาร้านเฮียโชติ เดชารีบสั่งทหารให้ไปจับตัวสมใจ แต่เฮียโชติกับแก้วที่ดักรออยู่ตรงหน้าต่างช่วยกันจุดระเบิดปาใส่ พวกทหารบุกเข้าไปในร้านเฮียโชติไม่ได้ ขณะเดียวกันสิงห์กับภูตะวันก็สามารถบุกเข้าไปในโรงแรมได้สำเร็จ ลุงฝิ่นออกจากที่ซ่อนมาสมทบกับภูตะวัน

ไกรเห็นท่าไม่ดี รีบจับตัวพลอยขวัญไว้เป็นตัวประกัน พลอยขวัญพยายามหาทางหนี แต่แล้วจู่ ๆ โดยที่ไม่มีใครคาดคิด เรียวโผล่ออกจากที่ซ่อนออกมาฆ่าไกรตาย ก่อนประกาศก้องให้ทุกคนหนีออกไป เหลือไว้แต่เพียงคนที่ฆ่าณรงค์ตายเท่านั้น เพชรรุ้งช่วยยืนยันว่าสิงห์กับภูตะวันไม่ได้ฆ่าณรงค์แต่เรียวไม่เชื่อ สิงห์กับภูตะวันเองก็มีความแค้นที่ต้องชำระ จึงตัดสินใจอยู่ดวลกับเรียว เพชรรุ้งจำต้องพาศักดากับพลอยขวัญหนีออกไปก่อน

เดชาใช้ปืนกลกราดยิงไปโดนขาสมใจ สมใจเสียหลักพลัดตกลงจากหลังคา เฮียโชติส่งสัญญาณให้ฝั่งลุงฝิ่นช่วยยิงสกัด เพื่อลงไปช่วยสมใจ พลอยขวัญกับเพชรรุ้งรีบไปคว้าอาวุธจากศพทหารขึ้นมายิงใส่พวกเดชา นอกจากจะเป็นการช่วยสมใจแล้ว ทั้งสองยังรู้ดีว่าถ้าเดชาไม่ตายพวกเธอก็ไม่สามารถหนีออกไปได้

เรียวดวลดาบกับมีดสั้นของภูตะวันและสิงห์ และถึงเรียวจะมีอาวุธบวกกับความสามารถพิเศษที่เหนือกว่า แต่สิงห์และภูตะวันก็ร่วมมือกันได้อย่างสอดประสาน สองฝ่ายต่อสู้กันอย่างดุเดือด เรียวสู้ไม่ได้คิดจะเล่นตุกติกแอบชักปืนออกมาเล็งใส่ภูตะวัน แต่สิงห์กับภูตะวันก็สามารถร่วมมือกันจัดการกับเรียวได้ในที่สุด

เฮียโชติกับแก้วช่วยกันพาสมใจไปสมทบกับพวกศักดาที่โรงแรม แต่ระหว่างทางเฮียโชติพลาดท่าถูกศรยิงล้ม แก้วช่วยประคองพาสมใจไปรวมกับพวกศักดาได้สำเร็จ เพชรรุ้งแค้นใจลุกขึ้นมายิงแสกหน้าศรตายคาที่ สถานการณ์ของพวกเดชาเริ่มย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ

เรืองฤทธิ์ที่รอฟังข่าวอยู่ในไร่ฟ้ารุ่ง รีบสั่งการให้พวกทหารเตรียมเคลื่อนทัพบุกเมืองภูพระกาฬ แต่แล้วจู่ ๆ จรัญกลับโผล่มาที่ไร่ฟ้ารุ่ง ฆ่าพวกทหารที่อยู่กับเรืองฤทธิ์ตายไปหลายคน เรืองฤทธิ์วิ่งหนีเข้าไปหลบในเต็นท์ และด้วยความกลัวเผลอฆ่าธนาตายโดยไม่ได้ตั้งใจ จรัญถูกยิงบาดเจ็บสาหัสแต่ยังบุกเข้าไปจับตัวเรืองฤทธิ์ไว้ได้

เฮียโชติซึ่งถูกยิงบาดเจ็บ กำลังคลานไปยังที่กำบังแต่แล้วก็ถูกเดชายิงซ้ำจนกลิ้ง เดชาจับเฮียโชติไว้เป็นตัวประกันบังคับให้พวกศักดายอมแพ้ โชคดีเฮียเส็งกับครกขับรถบรรทุกตามมาช่วยไว้ได้ทัน เดชาได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ยังคงบ้าเลือดไม่ยอมแพ้ คว้าปืนกลขึ้นมากราดยิงใส่พวกศักดา ขณะที่พวกทหารพากันทิ้งปืนหนีตายไปจนหมด

จรัญจับตัวเรืองฤทธิ์ไปที่ถ้ำภูอุษา เรืองฤทธิ์พยายามเจรจาต่อรองให้จรัญปล่อยตัว โดยสัญญาว่าจะแบ่งสมบัติให้ครึ่งหนึ่ง แต่จรัญไม่สนใจ เล็งปืนไปที่ลังระเบิดที่วางอยู่ในถ้ำ ประกาศก้องว่าพลอยในถ้ำทั้งหมดเป็นของตน ใครก็มาขนเอาไปไม่ได้ เรืองฤทธิ์ตกใจมากพยายามจะวิ่งหนีออกไปจากถ้ำ แต่ไม่ทัน จรัญยิงใส่ลังระเบิด ถ้ำถล่มลงมาทับทั้งคู่ตายอยู่ด้วยกันในถ้ำ

พลอยขวัญกับลุงฝิ่นถูกยิงบาดเจ็บ ศักดา เฮียเส็ง ครกช่วยกันยิงสกัด ขณะที่เพชรรุ้งพาทุกคนหนีกลับเข้าไปในโรงแรม สิงห์กับภูตะวันที่เพิ่งจัดการกับเรียวเสร็จเดินลงบันไดมาสมทบ สมใจเห็นเคาน์เตอร์บาร์มีขวดเหล้าเหลืออยู่ จึงช่วยกันทำระเบิดขวดขว้างไปใส่เดชา เดชาถูกสะเก็ดเพลิงลวกตัวก็ทนไม่ไหววิ่งหนีออกมานอกที่กำบัง ภูตะวันที่ยืนรออยู่ยิงปืนใส่อกเดชาล้มนิ่งไป

ทุกอย่างเงียบกริบไปสักพัก คนที่ซ่อนตัวอยู่ในโรงแรมจึงได้ทยอยกันออกมา ศักดายื่นปืนให้ภูตะวันใช้จบเรื่องทั้งหมด ภูตะวันยืนนิ่งอยู่สักครู่ก่อนจะเหลือบไปเห็นเดชาที่ยังไม่ตายลุกขึ้นมายืน อยู่ข้างหลังเพชรรุ้ง ภูตะวันตกใจมากร้องบอกให้เพชรรุ้งระวังตัว สมใจกับครก และเฮียเส็ง สิงห์เห็นเข้าก็รีบเล็งปืนใส่เดชา

เดชาเห็นว่าตัวเองไม่รอดแน่ จึงคิดจะทำให้ทุกคนต้องรู้สึกสูญเสียเหมือนกัน โดยการยิงใส่เพชรรุ้งก่อน แล้วเล็งปืนยิงไปที่ภูตะวันเป็นคนต่อไป แต่ภูตะวันครก สมใจ เฮียเส็ง สิงห์ช่วยกันยิงถล่มใส่เดชาจนตายเสียก่อน ภูตะวันรีบทิ้งปืนวิ่งไปประคองเพชรรุ้งทันที เช่นเดียวกับศักดา และพลอยขวัญ ขณะที่เฮียเส็งเร่งให้แก้วรีบไปตามหมอที่หนีไปหลบอยู่ที่ท้ายโบสถ์มาด่วน

“หมอกำลังจะมาแล้ว เพชรรุ้งอดทนไว้นะ เพชรรุ้งต้องไม่เป็นอะไรอย่ากลัวนะ”

เพชรรุ้งยิ้มให้ภูตะวัน ก่อนจะแข็งใจหยิบกังหันไม้ไผ่หัก ๆ ออกมา “รุ้งไม่เคยกลัว เพราะรู้ว่ายังไงพี่ชายต้องกลับมาช่วยน้องสาวคนนี้เสมอ ไม่ว่าสายลมแห่งความแค้นจะพัดพาภูตะวันไปที่ไหนสักวันก็ต้องกลับมา…เป็นคน เดิม”

“พี่เป็นคนเดิมเพชรรุ้ง พี่ยังรักคุณเหมือนเดิม”

“กังหันอันนี้มันเปื้อนไปหมดแล้ว ทั้งเลือดทั้งน้ำตารุ้งอยากได้อันใหม่ พี่ทำให้รุ้งนะรุ้งสัญญา ว่ารุ้งจะรักษามันให้ดี จะไม่ปล่อยให้มันถูกทำลายอีก” เพชรรุ้งขยับกังหันนั้นทาบไปที่หัวใจของภูตะวัน “มันจะโบยบินในหัวใจของรุ้ง…ตลอดไป”

มือของเพชรรุ้งร่วงหล่นลง กังหันถูกลมพัดร่วงไป ภูตะวันแผดร้องโหยหวนออกมาทั้งน้ำตา ท่ามกลางความโศกเศร้าของคนรอบข้าง

ฝันร้ายได้ปิดฉากลงในวินาทีนั้น เมืองภูพระกาฬและไร่ฟ้ารุ่งได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง 2 เดือนต่อมา เมื่อไม่มีนายพลเรืองฤทธิ์ กับสายแร่พลอย พวกทหารจึงได้ถอนกำลังกลับไป ท่าม กลางความยินดีของชาวไร่ฟ้ารุ่ง ภูตะวันก็เดินทางกลับไปยังบ้านเกิดของสาโรจน์เช่นกัน นอกจากรานีแล้ว ไม่มีใครทราบข่าวของเค้าอีกเลย เรื่องราวความรักความแค้นของเค้าค่อย ๆ เงียบหายไปจากไร่ฟ้ารุ่ง

เฮียเส็งเปิดให้บริการโรงแรมสันติภาพอีกครั้ง สมใจได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายอำเภอคนใหม่ ลุงฝิ่นได้กลายมาเป็นผู้ช่วยนายอำเภอ สมใจตัดสินใจขอรานีแต่งงาน รานีบอกตามตรงว่าเธอไม่ได้รัก แต่สมใจกับแก้วบอกจะรอ แล้ววันไหนที่รานียอมรับปากจะแต่งงานด้วย ทั้งสามคนก็จะกลายมาเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่ต้องเดียวดายอีกต่อไป ส่วนพลอยขวัญกับสิงห์ก็ทำท่าว่าจะลงเอยกันได้

แต่แล้วจู่ ๆ ภูตะวันก็ส่งจดหมายมาหาศักดา บอกว่าอโหสิให้และฝากให้ศักดาช่วยดูแลไร่ฟ้ารุ่งกับพลอยขวัญต่อไป เพชรรุ้งซึ่งยังไม่ตายตัดสินใจเดินทางไปหาภูตะวันที่หลบไปอยู่บ้านสาโรจน์ แล้วทั้งสองคนก็สามารถปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด.

จบบริบูรณ์

อ่านละครรอยไหม วันที่ 13 กันยายน 2554

อ่านละครรอยไหม วันที่ 13 กันยายน 2554

ผีอีเม้ยมารายงานบัวเงินว่าทำงานไม่สำเร็จ เพราะสุริยวงศ์มาช่วยเรรินเอาไว้ได้ทัน ทำให้เรรินรอดตายไปหวุดหวิด…คืนนั้นทำให้บัวเงินนอนหลับไม่ลงเพราะความ เคียดแค้นชิงชัง ก่อนจะหวนนึกถึงความหลังเมื่อครั้งตอนที่บัวเงินชักชวนอีเม้ย นำของว่างไปถวายเจ้าศิริวัฒนาในห้องทำงาน

“เจ้าอ้ายเจ้า..” บัวเงินส่งเสียงออดอ้อนเรียก

เจ้าศิริวัฒนาที่นั่งเหม่อคิดถึงมะณีรินสะดุ้ง ก่อนจะหันมาทักทายบัวเงิน บัวเงินยิ้มหวานรับของว่างจากอีเม้ยพลางบอกว่าเธอเพิ่งหัดทำขนมฝรั่งเป็น ครั้งแรกจึงอยากให้ลองชิม พลางชวนคุยเรื่องมะณีรินต่อ

“เมื่อวาน งานพิธีต้อนฮับก็บ่ได้ไปร่วม เปิ้นอุตส่าห์รอนแรมมาไกล พลัดบ้านพลัดเมืองมากว่าจะปรับโตกินอยู่อย่างคนเชียงใหม่  เปิ้นคงต้องลำบากบ่ใช่น้อย ถ้าน้องจ่วยอะหยังได้น้องก็เต็มใจ๋จะได้แบ่งเบาภาระเจ้าอ้ายเจ้า”

“ยินดีนัก เจ้ามีน้ำใจ๋แต๊ ๆ บัวเงิน”

เจ้าศิริวัฒนาเลยถือโอกาสพาบัวเงินไปรู้จักกับมะณีริน….ครั้นพอทั้งสามคน มาถึงเรือนของมะณีริน ก็เห็นคำเที่ยงกับเหล่าบริวารกำลังขย่มกิ่งผลไม้ให้ร่วงลงมาที่พื้น แต่รังมดลงตามมาด้วย วงแตกฮือ คำเที่ยงกระโดดปัดมดเป็นระวิงเพราะมันเข้าไปในผ้าซิ่น เจ้าศิริวัฒนาเห็นแล้วยิ้มขำ ๆ ขณะที่บัวเงินเข้าใจผิดคิดว่าคำเที่ยงคือมะณีรินจึงหันไปเปรยอีเม้ยพอได้ยิน ว่า

“อีเม้ย ดังคำมึงว่า นังนี่มันน่าสมเพชนักขนาดกิริยาไพร่แต๊ ๆ ถ้ากูเดาบ่ผิด กูว่ามันเกิดปีวอก”

“เม้ยก็ว่าจะอั้นเจ้าค่ะหม่อม บ่ใช่ปีวอกเฉย ๆ แต่เป็นวอกดำ” อีเม้ยหัวเราะร่วน

“คำเที่ยง” เจ้าศิริวัฒนาเรียก

คำเที่ยงที่กำลังปัดมดอลหม่าน หันมาเห็นเจ้าศิริวัฒนาก็รีบคุกเข่าลงหมอบกราบ เหล่าบริวารกราบตามโดยถ้วนหน้า เจ้าศิริวัฒนาถามหามะณีริน  คำเที่ยงบอกว่ากำลังอ่านหนังสืออยู่บนเรือน บัวเงินชะงักรู้ว่าต้องมีความผิดพลาดบางอย่างแน่  แล้วมะณีรินก็เดินออกมาพอดี เจ้าศิริวัฒนาส่งยิ้มหวานให้ มะณีรินทรุดตัวลงกับพื้นกราบเจ้าศิริวัฒนา

“คำเที่ยงบอกว่าเจ้านางน้อยอ่านหนังสืออยู่ หนังสืออะหยัง”

“ตำราฮีสทรียุโรปเจ้า”

“จะไดเจ้านางน้อยถึงสนใจประวัติศาสตร์ยุโรป”

“ข้าเจ้าอยากฮู้ว่าจะไดประเทศที่ฮ้องตัวเองว่าเป็นประเทศที่เจริญแล้วถึง ต้องล่าบ้านเล็กเมืองน้อยเป็นเมืองขึ้นอาณานิคมของเปิ้นเจ้า  และจะใดจึงมากำหนดว่าเฮาเป็นประเทศด้อยพัฒนา ความเจริญวัดกันด้วยสิ่งใด ข้าเจ้าใคร่ฮู้”

มะณีรินตอบอย่างฉะฉาน เจ้าศิริวัฒนายิ้มชื่นชมในสติปัญญาของเธอแล้วเข้ามาประคองให้ลุกขึ้น บัวเงินจ้องมองตาขุ่น แต่จำต้องปั้นยิ้มเมื่อเจ้าศิริวัฒนาพามะณีรินมาแนะนำ คำเที่ยงรีบกระถดเข้ามาคุกเข่าข้างมะณีริน หน้าตายิ้มแย้มรับแขก

“นี่นังคำเที่ยง พี่เลี้ยงเจ้านางน้อยเปิ้น ติดตามกันมาแต่เชียงตุง”

คำเที่ยงไหว้บัวเงิน

“นั่นนังเม้ย ฮู้จักกันไว้เสีย วันข้างหน้า มีธุระปะปังอันใดจะได้เรียกหากันถูก ไป เข้าไปคุยกันบนเฮือนเต๊อะ”

หลังจากแนะนำให้รู้จักกันแล้วเจ้าศิริวัฒนานำมะณีริน บัวเงินขึ้นเรือนไป

“บัวเงิน เปิ้นเป็นญาติห่าง ๆ ของเจ้าแม่เปิ้น ต้นตระกูลเปิ้นกินเมืองแป้ เจ้าแม่เปิ้นฮับโตบัวเงินมาอยู่ในคุ้มนี่ได้เมินหลายปีแล้ว บัวเงินเปิ้นดูแลผ้าผ่อนของพี่ของเจ้าหลวงเจ้าแม่ทั้งหมด เปิ้นทอผ้าเก่งขนาด ในคุ้มนี้บ่ต้องจ้างบ่ต้องไหว้วานหื้อนอกคุ้มทอหื้อเลย”

เจ้าศิริวัฒนาถือโอกาสแนะนำบัวเงินให้มะณีรินรู้จัก

“ข้าเจ้าตำหูกพอเป็นเล็กน้อย วันหน้าวันหลัง คงต้องรบกวนพี่บัวเงินสอนวิชาตำหูกล้านนาหื้อ”

“ยินดีนัก เจ้านางน้อยใคร่จะเฮือนวันใดก็ตามแต่สะดวกเน้อ”

“ตกลง ผู้ใดเป็นพี่ ผู้ใดเป็นน้อง บัวเงิน …น้องเกิดปีมะโรงใช่ก๊า ถ้าพี่จำบ่ผิด”

“เจ้า…..ปีมะโรง…งูใหญ่เจ้า”

“เจ้านางน้อย เกิดปีมะเมีย จะอั้นเจ้านางน้อยก็อ่อนกว่าน้องสองปีเชียวนะบัวเงิน”

บัวเงินปั้นยิ้ม ทั้งที่เจ็บใจเมื่อเห็นว่า  มะณีรินสวยงามน่ารักกว่าที่อีเม้ยบอกไว้  พอกลับมาถึงคุ้มก็เรียกอีเม้ยมาด่าว่าพร้อมทุบตีทำร้ายอีเม้ยเป็นการระบาย อารมณ์

“อูย…..หม่อมเจ้าขา จะไดมาถีบเม้ย”

“มึงขี้จุ๊กูได้จะไดอีเม้ย”

“เม้ยขี้จุ๊อะหยัง หม่อมเจ้าคะ”

“มึงเอิ้นว่าอีขึนเชียงตุง อัปลักษณ์ น่าชังได้จะได”

“เม้ย….เม้ย ดูคนผิดไปเจ้า นึกว่าอีตัวบ่าวที่ชื่อคำเที่ยง เป็นมะณีรินเจ้า”

“จ้าดง่าว”

“แต่มันก็บ่ได้งามหยาดฟ้ามาดินจักเท่าใดนะเจ้าหม่อม หม่อมของเม้ยงามกว่านัก งามสง่ากว่าผู้ใดในเจียงใหม่ ไล่ไปถึงลำพูนลำปางปุ๊น”

“หุบปากของมึง อีเม้ย  มึงบ่หันสายตาที่เจ้าอ้ายของกูเปิ้นมองมันก๊า..วินาทีแรกที่กูหันหน้า
มันกูก็ฮู้แล้วว่า อีมะณีริน มันเกิดมาเพื่อเป็นมารชีวิตกู”  บัวเงินพูดอย่างเจ็บแค้น

อีกด้านหนึ่ง สุริยวงศ์พาเรรินมาส่งที่รีสอร์ทตะวันดารา เรรินพยายามเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง แต่พอเห็นวันดาราทำหน้าเหมือนไม่เชื่อก็ท้อใจ จึงแยกตัวไปพักผ่อน แต่ยังไม่ทันล้มตัวลงนอนก็ได้รับโทรศัพท์จากพรรณวรินทร์ที่โทรฯมาหาอย่าง ร้อนใจ

“ริน….ทำไมไม่รับโทรศัพท์ แม่โทรฯหารินทั้งวัน เป็นร้อย ๆ ครั้งแล้วรู้มั้ย”

“รินขอโทษค่ะแม่ รินไม่ได้เอาโทรศัพท์ติดตัวไป”

“จะบ้าตาย ปล่อยให้เราเป็นห่วง จนจะกินจะนอนไม่ได้อยู่แล้วคิดไปสารพัดว่าจะมีเรื่องภัยอะไรเกิดขึ้นกับเรา”

“รินไม่เป็นไรหรอกค่ะแม่”

“เราไม่เป็นไร แต่คนอื่นเค้าเป็น ธนินทร์เค้าโกรธมากนะ บอกแม่มาเดี๋ยวนี้ว่า  ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร …”

“แม่พูดถึงอะไรคะ ผู้ชายที่ไหน”

“ยังจะมาย้อนถามแม่อีก อย่าลืมนะริน ธนินทร์เค้าเป็นคู่หมั้นของลูก จะทำอะไร คิดให้รอบคอบนึกถึงหัวจิตหัวใจคนอื่นเขาให้มาก ๆ  นับถือศักดิ์ศรีของตัวเองให้มาก ๆ อย่างน้อยก็เห็นแก่หน้าแม่บ้าง”

เรริน มึนตึ้บ แต่ก็พยายามปะติดปะต่อทุกอย่างได้

“แม่คะ ถ้าแม่หมายถึงคุณสุริยวงศ์ รินบอกแม่ได้เลยว่ารินกับเค้าไม่ได้มีอะไรกัน อย่างที่แม่หรือใคร ๆ คิด”

“ถ้าอย่างนั้นก็กลับกรุงเทพฯมาได้แล้ว  อย่าให้อะไร ๆ มันเลวร้ายลงไปกว่านี้เลย”

“รินยังกลับไปตอนนี้ไม่ได้หรอกค่ะแม่  รินมีธุระสำคัญที่จะต้องทำให้เสร็จก่อน”

“ธุระอะไรมันจะสำคัญหนักหนา”

“เอาเถอะค่ะแม่ รินคิดว่าคงไม่นานหรอก เสร็จธุระแล้วรินจะกลับไปเอง แม่ไม่ต้องห่วงรินปัญหาของรินกับธนินทร์ รินคิดว่า รินมีทางออกแล้ว   เท่านี้ก่อนนะคะแม่…สวัสดีค่ะ”

เรรินกดปิดโทรศัพท์ทันที แล้วถอนใจเฮือก ที่ทุกอย่างเหมือนทะลักประดังประเดเข้ามาให้ตั้งตัวไม่ทัน

ในขณะที่บ้านพักของวันดารา  สุริยวงศ์ยังคงนั่งคุยอยู่กับพี่สาวด้วยความเคร่งเครียด

“เรื่องลี้ลับมากมายที่มีอยู่ในโลกนี้  ถ้าไม่เจอเข้ากับตัวเอง มันก็เป็นเรื่องเหลือเชื่อเน้อ  สุริยะ พี่ว่าคุณรินเปิ้นบ่ได้จุ๊ดอก”

“ผมก็บ่ได้กึ๊ดว่าคุณรินเปิ้นจุ๊ แต่ผมสงสัยมากกว่า ว่าเปิ้นไปยะอะหยังแถวนั้น เปิ้นเหมือนบ่ยอมบอกเหตุผลแต๊ ๆ ของเปิ้น”

“อะหยังก็จ้างเต๊อะ พี่กึ๊ดว่าคุณรินเปิ้นบ่ได้กึ๊ดจะยะอะหยังที่เป็นเรื่องบ่ดีบ่งามก็แล้วกั๋น”

“พี่วันครับ ..พี่วันว่าผมทำผิดก่อ ผมบอกฮักคุณรินเปิ้นไปแล้ว”

“โตกึ๊ดว่ามันผิดจะใด”

“มันอาจจะเร็วเกินไป คุณรินเปิ้นอาจจะบ่ได้กึ๊ด หรือฮู้สึกอะหยังกับผมเลยก็ได้”

“โตถึงมานั่งถอนใจ๋อยู่จะอี้ สุริยะเจื้อปี้เต๊อะ ความฮักอะ บ่มีอะหยังผิดดอก เพราะความฮักบ่ทำร้ายผู้ใด๋ ถ้าจิตใจ๋โตร้อนรนหม่นหมอง มันบ่ใช่ความฮักเน้อสุริยะ”

“ผมบ่สบายใจเพราะผมฮู้บางอย่างเกี่ยวกับคุณรินมาครับพี่วัน”

“อะหยัง”

“คุณรินเปิ้นมีคู่หมั้นของเปิ้นอยู่แล้วครับพี่วัน”

“พุทโธ ธัมโม สังโฆ”

“ผมควรจะยะจะใดดีพี่วัน ผมควรจะถามคุณรินเปิ้นตรง ๆ หรือว่าควรจะถอยออกมาเลิกยุ่งเกี่ยวผูกพันกับเปิ้นดี”

“ทุกสิ่งทุกอย่างมันมีเหตุมีผลของมันเสมอสุริยะ คุณรินเปิ้นก็ต้องมีเหตุผลของเปิ้นเหมือนกัน เปิ้นถึงบ่อู้เรื่องนี้ ถ้าเปิ้นรังเกียจโต บ่อยากฮื้อโตเข้าไปวุ่นวายกับชีวิตเปิ้น เปิ้นก็คงบอกโตตามตรงไปแล้วว่าเปิ้นมีคนฮักอยู่แล้ว”

“หรือผมบ่ควรเชื่อคำพูดของคนอื่น”

“ก็ใช่….เปิ้นต้องการอะหยังถึงมาพูดจะอั้น ความฮักเป็นเรื่องของคนสองคนที่จะต้องเรียนรู้กันไปเน้อสุริยะ ความฮักที่แต๊ คือความหวังดี อยากหื้อคนที่เฮาฮักมีความสุข บ่ใช่ต้องการหื้อตัวเองสมหวังอยู่คนเดียว ในเมื่อฮักเปิ้นไปแล้วก็ฮักไปเต๊อะ บ่ต้องกั๋วดอกความผิดหวัง”

เช้าวันรุ่งขึ้น สุริยวงศ์และวันดาราพาเรรินไปไหว้พระให้จิตใจสดชื่นขึ้น และพยายามพาเที่ยวให้เรรินเพลิดเพลิน  แต่พอตกเย็นเรรินก็แอบมาที่คุ้มหลวงอีก เธอพยายามเรียกหาบัวซอนโดยอ้างว่าต้องการเข้าไปถ่ายรูปคุ้มเท่านั้นเอง บัวซอนเห็นเรรินไม่มีพิษภัยก็บอกทางให้เธออ้อมไปเข้าทางประตูหลัง จนกระทั่งเรรินหาทางขึ้นไปที่ห้องทอผ้าได้อีกครั้ง และได้พบกับเจ้าศิริวัฒนาที่นั่น

“คุณ….”

“คุณชอบดอกเก็ดถะหวาที่ผมเก็บมาให้ไหม”

“ขอบคุณค่ะ สวยมาก หอมมากค่ะ”

“แต่คุณก็ชอบดอกไม้อย่างอื่นมากกว่ากลิ่นดอกเก็ดถะหวามันฉุนเฉียวเกินไปคุณเลยชอบดอกกาสะลองมากกว่า”

“คุณรู้ได้ยังไงคะ”

“ต่อให้ผ่านไปนานเพียงใด ผมก็ไม่มีวันลืมเลือนหรอก…อีกนานไหม กว่าคุณจะทอผ้าผืนนี้เสร็จ”

เรรินนั่งลงในตำแหน่งจะทอผ้า

“ผ้าตุ๊มผืนนี้ ไม่กว้างมากก็จริง แต่เจ้านางมะณีรินท่านจกลายไว้ค่อนข้างถี่ สีไหมเส้นยืน กับไหมดำที่ใช้จกก็ใกล้กันมาก ฉันคงต้องใช้สายตากับสมาธิดี ๆ  ถ้าเร่งทอหน่อยไม่น่าจะเกินสองอาทิตย์หรอกค่ะ”

เจ้าศิริวัฒนายิ้มเศร้า

“พอคุณทอผ้าเสร็จ เราคงไม่ได้พบกันอีกแล้ว”

“ทำไมละคะ”

“เอาเถอะ เมื่อถึงเวลานั้น  คุณก็จะรู้เอง ที่ข้อมือคุณ เป็นรอยอะไร ให้ผมดูหน่อยได้ไหม”

เรรินยื่นข้อมือออกมา เจ้าศิริวัฒนามองรอยไหม้บนข้อมือเรรินครู่หนึ่ง

“อีเม้ย”

“คะ..อะไรนะคะ”

“อีผีร้ายตัวนั้นมันชื่อ เม้ย คุณเจ็บมากไหม”

เรริน พยักหน้า เจ้าศิริวัฒนายื่นมือตัวเอง ออกมาเหมือนจะลูบคลำ แผลรอยไหม้นั้นแต่ไม่ได้สัมผัสถูกตัวเรรินเลย เมื่อยกมือออก รอยไหม้ดำบนข้อมือเรรินก็ค่อย ๆ เลือนหายไปกับตา ไม่เหลือร่องรอยใด ๆ เรรินแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง

“คุณคะ  คุณคือเจ้าศิริวัฒนา ใช่ไหมคะ”

“รู้อย่างนี้แล้ว..คุณไม่กลัวผมใช่ไหม”

“ฉันเชื่อมั่นว่า คุณไม่ได้คิดร้ายต่อฉัน”

“ขอบใจที่คุณรู้สึกอย่างนั้น เราแค่อยู่กันคนละฟากมิติของโลกเท่านั้น”

“แล้วทำไม…”

“ทำไมผมยังวนเวียนอยู่ที่นี่ ใช่ไหม”

“ฉันอยากรู้ เผื่อว่ามีอะไรที่ฉันจะช่วยคุณได้ ฉันก็ยินดี”

“พันธนาการ มิได้เกิดขึ้นจากผู้อื่นจองจำเราเท่านั้น ความยึดมั่นในบางสิ่งบางอย่างก็เป็นพันธนาการ ที่ผูกรัดเราไว้จนไม่มีวันได้ไปที่ไหน   แต่ต้องเฝ้ารอคอย จนกว่าจะถึงเวลาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด”

“คุณรอคอยอะไรคะ”

เจ้าศิริวัฒนามองไปที่ผ้าตุ๊มบนกี่ทอผ้า

“ผ้าตุ๊ม ผืนนี้..สำคัญต่อคุณมากขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

เจ้าศิริวัฒนาพยักหน้า..

“คุณเล่าให้ฉันฟังต่อได้ไหม”

เจ้าศิริวัฒนาไม่ตอบอะไร แต่ขยับเข้ามา หยิบดอกเก็ดถะหวาขึ้นมา แล้วยื่นให้เรริน   หญิงสาวเอื้อมมือมารับดอกเก็ดถะหวา แล้วมองตามสายตาเจ้าศิริวัฒนา ฉับพลันสติของเรรินก็ดับวูบลง ก่อนจะกลับไปอยู่ในร่างของมะณีรินอีกครั้ง

ดอกเก็ดถะหวาเหล่านั้นถูกอีเม้ยเก็บไปให้บัวเงินจัดพานถวายเจ้าศิริวัฒนา เพราะเป็นดอกไม้ที่ท่านโปรดปรานมาก แต่ยังไม่ทันจัดพานเสร็จ เจ้าศิริวัฒนาก็เดินเข้ามาขอเก็ดถะหวาจากบัวเงิน  บัวเงินเลือกดอกที่สวยที่สุดส่งให้ อีเม้ยแอบกระซิบบอกเจ้านายว่า  เจ้าศิริวัฒนาคงเลือกดอกที่สวยที่สุดนี้มาเสียบผมให้บัวเงินเป็นแน่

“แต๊ก๊าอีเม้ย จะอั้นมึงเอาดอกในหัวกูออกก่อน” บัวเงินสั่ง

อีเม้ยรีบตะกุยเอาดอกไม้ที่เหน็บมวยผมออกให้ บัวเงินเอียงคอปั้นท่าหวังให้เจ้าศิริวัฒนาเสียบดอกไม้ให้ แต่เจ้าศิริวัฒนากลับเดินถือดอกไม้ออกไปทันที บัวเงินหน้าแตกอย่างแรงก่อนจะชวนอีเม้ยรีบตามเจ้าศิริวัฒนาไปทันที

แล้วสองนายบ่าวต้องยืนตะลึง เมื่อเห็นเจ้าศิริวัฒนานำดอกเก็ดถะหวาไปเสียบมวยผมให้กับมณีรินที่กำลังเก็บ ดอกกาสะลองอยู่กับคำเที่ยง แถมเจ้าศิริวัฒนายังอ้อนขอกินข้าวเช้าด้วย บัวเงินสุดจะทนรีบเข้าไปกันท่าโดยอ้างว่าเจ้าหลวงเรียกหาให้เจ้าศิริวัฒนาไป พบที่ห้องหนังสือ เจ้าศิริวัฒนาหลงกลเดินออกไป

บัวเงินกับอีเม้ยได้โอกาสพูดจาเหน็บแนมมณีริน ก่อนจะพากันกลับไป คำเที่ยงยืนงงไม่เข้าใจ แต่เมื่อมณีรินอธิบายให้ฟังก็ตบเข่าฉาด ด้วยความขัดเคือง

“ป๊าด…จะใดเจ้านางน้อย บ่บอกพี่แต่แรก ว่าเปิ้นกระทบกระทั่งเจ้านางน้อยพี่จะได้ ตอกกลับหื้อหงายหลังไปเลย”

“จะไปโต้ตอบเปิ้นหื้อมันได้อะหยังขึ้นมาพี่คำเที่ยง”

“อ้าว อย่างน้อยเปิ้นก็ต้องฮู้เสียบ้างว่า ถึงเฮาจะพลัดบ้านพลัดเมืองมาแต่เฮาก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกั๋นเจ้านางน้อยน่ะ ศักดิ์สูงกว่าเปิ้นด้วยซ้ำไป วันข้างหน้ายิ่งแล้วใหญ่ อย่างเก่งเปิ้นก็เป็นได้แค่หม่อมของเจ้าเปิ้น คนที่จะได้ขึ้นเป็นพระชายา ก็คือเจ้านางน้อยผู้เดียว”

http://www.dailynews.co.th/